ไม่ให้ Popup MSN Today โผล่ขึ้นมาตอน Sign In
ง่าย ๆ ไม่อยากบรรยายมากเริ่มเลยนะ หลังจาก Sign In เข้า MSN เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่เมนู Tools > Option... แล้วไปที่แท็บ General แล้วเอาเครื่องหมายถูกข้างหน้า display MSN Today... ออก แล้วคลิก OK เมื่อ Sign In ครั้งต่อไปรับรองว่า Popup MSN Today จะไม่โผล่มากวนใจอีกแล้วครับ
บทความจากเว็บไซต์ bcoms.net
วิธีย้ายลิสต์จาก MSN จากเก่าไป MSN ใหม่
สำหรับ วิธีย้าย Contact List ของ MSN นั้นอันดับแรก คุณต้องบันทึก Contact List ที่ต้องการเสียก่อน วิธีการคือ ให้คุณเปิด MSN ขึ้นมา ที่แถบด้านบนของตัวโปรแกรม เลือกคำสั่ง Contacts > Save > Contact List... จะมีหน้าต่าง Save Messenger Contact List ปรากฎขึ้น ให้ระบุตำแหน่งของแฟ้มที่ต้องการบันทึกไฟล์ ตั้งชื่อที่ต้องการแล้ว กด OK เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้ไฟล์รายชื่อ Contact List (นามสกุล .ctt) บันทึกในรูปแบบไฟล์แล้ว
วิธีการนำไปใช้ ให้คุณ Sing-in โปรแกรม MSN ด้วยอีเมล์ใหม่ จากนั้นให้คลิกคำสั่ง Contacts ของโปรแกรม MSN สังเกตุที่บรรทัดล่างสุด จะพบกับคำสั่งย่อย Import Contacts from a Saved File... ให้คลิกคำสั่งนี้แล้วจะปรากฎหน้าต่างให้ค้นหาไฟล์ Contact List ขึ้นมา ให้คุณระบุตำแหน่งไปที่ไฟล์ที่คุณสร้างไว้ตอนต้น แล้วกด Open เพียงเท่านี้ รายชื่อทั้งหมดก็จะเข้ามาอยู่ใน Contact List ของอีเมล์แอดเดรสอันใหม่แล้วครับ
บทความจากเว็บไซต์ bcoms.net
วิธีเช็คว่าคนที่คุย กับเราใช้ MSN Plus! หรือเปล่า ?
เนื่อง จากลูกเล่นต่างๆ ของ MSN Plus! จะใช้ได้เฉพาะกับคนที่ลง Plus! ไว้ได้เท่านั้น หากคนที่เราคุยด้วยไม่ได้ติดตั้ง Plus! แล้วลูกเล่นที่เราส่งไป ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นในบทความนี้จะนำเสนอวิธีที่จะตรวจสอบว่า คนที่เราคุยด้วยนั้นใช้ Plus! หรือเปล่า (โดยที่ไม่ต้องถามเจ้าตัว) มีขั้นตอน สั้นๆ ดังต่อไปนี้ครับ
ขั้นตอนแรกให้เราเปิดหน้าต่างๆ ที่จะคุยกับเพื่อนคนนั้นครับ เมื่อเราต้องการเช็คว่าเขาใช้ Plus! หรือเปล่าให้เราพิมพ์คำว่า /ping
จาก นั้น หากคนที่เราคุยด้วยมี Plus! โปรแกรม msn จะมีส่งข้อความตอบกลับมาอัตโนมัติว่า "Pong!" ในทางกลับกันหาก คนที่เราคุยด้วยไม่ได้ ติดตั้งโปรแกรม Plus! จะไม่มีข้อความตอบกลับมาครับ ทีนี้เราก็สามารถตรวจสอบได้แล้วว่าใครเล่น Plus! อันจะทำให้ลูกเล่นต่างๆ ของเรา ไม่เป็นหมันแล้วทีนี้
แถมอีกนึดนึง หากเช็คแล้วเพื่อนเราไม่ได้ใช้ Plus! เราสามารถส่งไฟล์ติดตั้ง Plus! ที่อยุ่ในเครื่องเราผ่าน msn ได้อย่างง่ายดายโดยกดที่ รูปผีเสื้อ (โลโก Plus!) แล้วเลือกเมนู Share one of my files> Messenger Plus! แค่นี้เพื่อนของเราก็จะได้ใช้ Plus! แล้วครับ
ข้อมูลจาก http://www.thaimsn.net/
วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553
30 ทิปเล็กๆ
1. ในขณะที่คุณกำลังจะ Restart เครื่องใหม่ ก่อนที่จะกดปุ่ม OK ให้คุณกด Shift ค้างไว้ จะทำให้คุณ Restart ได้เร็วขึ้น
2. ในบาง Web Site หากคุณกด Ctrl ค้างไว้ และเลื่อน Scroll ที่ Mouse จะทำให้ตัวอักษรของ Web Site นั้นใหญ่ขึ้น
3. หากกดปุ่ม Refresh หรือ F5 แล้วยังเป็นข้อมูลเดิม ลองกด Ctrl + F5 รับรองจะได้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดแน่ๆ
4. คุณสามารถเปิดไฟล์ Tips.txt ขึ้นมาเพื่ออ่านเทคนิคต่างๆ ได้ ซึ่งไฟล์นี้จะอยู่ใน c:\windows ของคุณ
5. ในระหว่างที่คุณกำหลังใช้งาน IE อยู่นั้น สามารถกดปุ่ม F4 เพื่อเป็นการเปิดดู URL List ในช่อง Address ได้เลย
6. การกดปุ่ม Esc ระหว่างการใช้ IE จะทำให้ IE ของคุณนั้นหยุดโหลดได้ โดยที่ไม่ต้องกดปุ่ม Stop
7. ระหว่างการใช้ IE สามารถกดปุ่ม Alt + D หรือ Ctrl + Tab เพื่อเข้า Address bar อย่างเร็วได้
8. คุณสามารถเพิ่มความเร็วให้กับ Internet ได้โดยทำการถอดสายเครื่องโทรศัพท์ ที่มีการต่อพ่วงอยู่กับสายที่ใช้ต่อ Internet ออก
9. คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า welcome กด Enter เพื่อเปิดหน้าต่างต้อนรับของ Windows ได้
10. ที่ Notepad หรือ ICQ หากคุณลืมเปลี่ยน Mode ภาษา ให้กดปุ่ม Ctrl + Back Space เพื่อแก้คำที่พิมพ์ผิดไปแล้ว
11. คุณสามารถ เปิด Folder Desktop อย่างรวดเร็ว โดย Start -> Run พิมพ์จุด (.) ลงไปแล้วกด Enter
12. ใน IE สามารถกด Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้า Page ลงได้ ส่วนเลื่อนขึ้นคือ Shift + Space Bar
13. ใน Windows คุณไม่สามารถ สร้าง Folder ที่ชื่อ "con" ได้
14. ใน IE ที่ช่อง Address ปุ่ม Ctrl+Enter สามารถช่วยคุณ
ในการพิมพ์ URL ได้เร็วยิ่งขึ้น
15. การกด Ctrl ค้างเอาไว้ ตอนเวลา BOOT เครื่อง จะทำให้คุณไม่พลาด Startup Menu
16. คุณสามารถปิดนาฬิกาที่ Taskbar ได้ โดยคลิกขวาที่ Task bar > Properties > เอาเครื่องหมาย Show Click ออก
17. หากคุณกด F11 ใน Windows Explorer จะช่วยให้มีการทำงานที่สะดวกขึ้น
18. ใน ICQ การส่ง Message หากคุณกด Ctrl+Enter จะสะดวก กว่าการ Click Mouse ที่ปุ่ม send
19. คุณสามารถกด F2 เพื่อ ใช้ในการเปลี่ยนชื่อ Icon ต่างๆ ได้
20. การกด F5 ใน NotePad จะเป็นการแทรก เวลา และวันที่ ปัจจุบัน
21. การกด Windows + E จะเป็นเปิด Windows Explorer ขึ้นมา
22. เปิด System Properties อย่างรวดเร็วคือการกด Window + Pause Break
23. การย่อยทุกๆ หน้าต่างที่เปิดใช้งาน ให้ยุบไปให้หมด คือการกด Window + D ถ้าจะขยายคืนมาอีก ให้กดซ้ำ
24. การเคาะวรรคในโปรแกรม Dreamweaver คือ Shift + Ctrl + Space Bar ส่วนการเว้นบรรทัดคือ Shift + Enter
25. การลบไฟล์แบบ ไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin คือการกด Shift + Delete
26. การกด Shift ค้างไว้ เวลาใส่แผ่น CD-Rom จะเป็นการไม่ให้มันเปิด Autorun ของแผ่น CD-Rom นั้นขึ้นมา
27. การ Restart เครื่องอย่างเร็ว คือไปที่ Start -> Shut Down... -> Restart จากนั้น ก่อนที่จะ OK ให้กด Shift ค้างเอาไว้
28. ในระหว่างใช้ Browser คุณสามารถกดปุ่ม Space Bar เพื่อเลื่อนหน้าลง และ Shift + Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้าขึ้นได้
29. กด Shift + คลิก จะเป็นการเปิดหน้าต่างขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้อง back กลับ
30. คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า hwinfo /ui กด Enter เพื่อดูรายงานต่างๆ ของ HardWare
2. ในบาง Web Site หากคุณกด Ctrl ค้างไว้ และเลื่อน Scroll ที่ Mouse จะทำให้ตัวอักษรของ Web Site นั้นใหญ่ขึ้น
3. หากกดปุ่ม Refresh หรือ F5 แล้วยังเป็นข้อมูลเดิม ลองกด Ctrl + F5 รับรองจะได้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดแน่ๆ
4. คุณสามารถเปิดไฟล์ Tips.txt ขึ้นมาเพื่ออ่านเทคนิคต่างๆ ได้ ซึ่งไฟล์นี้จะอยู่ใน c:\windows ของคุณ
5. ในระหว่างที่คุณกำหลังใช้งาน IE อยู่นั้น สามารถกดปุ่ม F4 เพื่อเป็นการเปิดดู URL List ในช่อง Address ได้เลย
6. การกดปุ่ม Esc ระหว่างการใช้ IE จะทำให้ IE ของคุณนั้นหยุดโหลดได้ โดยที่ไม่ต้องกดปุ่ม Stop
7. ระหว่างการใช้ IE สามารถกดปุ่ม Alt + D หรือ Ctrl + Tab เพื่อเข้า Address bar อย่างเร็วได้
8. คุณสามารถเพิ่มความเร็วให้กับ Internet ได้โดยทำการถอดสายเครื่องโทรศัพท์ ที่มีการต่อพ่วงอยู่กับสายที่ใช้ต่อ Internet ออก
9. คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า welcome กด Enter เพื่อเปิดหน้าต่างต้อนรับของ Windows ได้
10. ที่ Notepad หรือ ICQ หากคุณลืมเปลี่ยน Mode ภาษา ให้กดปุ่ม Ctrl + Back Space เพื่อแก้คำที่พิมพ์ผิดไปแล้ว
11. คุณสามารถ เปิด Folder Desktop อย่างรวดเร็ว โดย Start -> Run พิมพ์จุด (.) ลงไปแล้วกด Enter
12. ใน IE สามารถกด Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้า Page ลงได้ ส่วนเลื่อนขึ้นคือ Shift + Space Bar
13. ใน Windows คุณไม่สามารถ สร้าง Folder ที่ชื่อ "con" ได้
14. ใน IE ที่ช่อง Address ปุ่ม Ctrl+Enter สามารถช่วยคุณ
ในการพิมพ์ URL ได้เร็วยิ่งขึ้น
15. การกด Ctrl ค้างเอาไว้ ตอนเวลา BOOT เครื่อง จะทำให้คุณไม่พลาด Startup Menu
16. คุณสามารถปิดนาฬิกาที่ Taskbar ได้ โดยคลิกขวาที่ Task bar > Properties > เอาเครื่องหมาย Show Click ออก
17. หากคุณกด F11 ใน Windows Explorer จะช่วยให้มีการทำงานที่สะดวกขึ้น
18. ใน ICQ การส่ง Message หากคุณกด Ctrl+Enter จะสะดวก กว่าการ Click Mouse ที่ปุ่ม send
19. คุณสามารถกด F2 เพื่อ ใช้ในการเปลี่ยนชื่อ Icon ต่างๆ ได้
20. การกด F5 ใน NotePad จะเป็นการแทรก เวลา และวันที่ ปัจจุบัน
21. การกด Windows + E จะเป็นเปิด Windows Explorer ขึ้นมา
22. เปิด System Properties อย่างรวดเร็วคือการกด Window + Pause Break
23. การย่อยทุกๆ หน้าต่างที่เปิดใช้งาน ให้ยุบไปให้หมด คือการกด Window + D ถ้าจะขยายคืนมาอีก ให้กดซ้ำ
24. การเคาะวรรคในโปรแกรม Dreamweaver คือ Shift + Ctrl + Space Bar ส่วนการเว้นบรรทัดคือ Shift + Enter
25. การลบไฟล์แบบ ไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin คือการกด Shift + Delete
26. การกด Shift ค้างไว้ เวลาใส่แผ่น CD-Rom จะเป็นการไม่ให้มันเปิด Autorun ของแผ่น CD-Rom นั้นขึ้นมา
27. การ Restart เครื่องอย่างเร็ว คือไปที่ Start -> Shut Down... -> Restart จากนั้น ก่อนที่จะ OK ให้กด Shift ค้างเอาไว้
28. ในระหว่างใช้ Browser คุณสามารถกดปุ่ม Space Bar เพื่อเลื่อนหน้าลง และ Shift + Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้าขึ้นได้
29. กด Shift + คลิก จะเป็นการเปิดหน้าต่างขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้อง back กลับ
30. คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า hwinfo /ui กด Enter เพื่อดูรายงานต่างๆ ของ HardWare
วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วิธีการ Forward Port ของ เร้าเตอร์ 15 ยี่ห้อ 30รุ่น
วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553
•• วิธีลบไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ไม่สามารถลบออกได้ ••เก็บมาจาก it-friend&Phanward.net
เ มื่อสองวันก่อนต้องการ uninstall โปรแกรม Rapiddown หลัง uninstall ยังมีไฟล์ .dll ที่ไม่สามารถลบออกได้ ก็เลยลองหาวิธีลบจากใน google แล้วโชคดีไปเจอวิธีลบไฟล์ที่เราต้องการลบ แต่ลบด้วยวิธีการกด delete ไม่ได้ มาจากเว็บ xona.com
วิธีลบไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ไม่สามารถลบออกได้
เคยต้องการลบไฟล์หรือโฟลเดอร์ด้วยการกด delete แล้วพบข้อความแจ้งข้อผิดพลาด
แบบนี้กันบ้างไหม
แบบที่ 1
อ้างถึง:
Cannot delete XXXXXXXXXX: Access is denied.
Make sure the disk is not full or write-protected and that the file is not currently in use.
แบบที่ 2
อ้างถึง:
Cannot delete XXXXXXXXXX: It is being used by another person or program.
Close any programs that might be using the file and try again.
แบบที่ 3 [กรณีลบด้วยคำสั่ง DOS]
อ้างถึง:
The process cannot access the file because it is being used by another process.
คำเตือน : การลบไฟล์ต่างๆ เป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับตัวคุณเอง ทางเราไม่รับผิดชอบสำหรับความเสียหายใดๆ อันเกิดกับคอมพิวเตอร์ของคุณ หรือตัวคุณ จากการทำตามคำแนะนำจากเว็บนี้
End the Locking Process
คำแนะนำแรก ไฟล์ที่ลบไม่ได้นั้น เนื่องจากถูกใช้งานอยู่ โดยทั่วไปเป็นเพราะไฟล์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม หรือโดนล็อคไว้โดยโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่ ซึ่งอาจเป็นสปายแวร์ หากเป็นสปายแวร์ขั้นแรกให้ปิดโปรแกรมสปายแวร์นั้นที่ กำลังทำงานอยู่ ถ้าไม่ได้เกิดจากสปายแวร์ก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย
กดปุ่ม 3 ปุ่มนี้พร้อมกัน Ctrl-Alt-Delete เพื่อเรียก Windows Task Manager ขึ้นมา ที่แท็บ Processes ให้หา Processes ที่ไม่ควรที่จะมีการทำงาน [คุณต้องทราบเองว่าเป็นตัวไหน]
บางครั้งชื่อของสปายแวร์หาได้ง่าย แต่บางครั้งก็เข้ารหัส หรือตั้งใจใช้การสุ่มเลือกเอาไว้ ถ้าสงสัยไฟล์นั้นลองหาในลิงก์นี้ http://www.google.com/search?q=msbb%2Eexe (ค้นหา msbb.exe ใน Google แสดงผลว่าเป็นสปายแวร์)
เมื่อลบ process แล้ว ในบางครั้งคุณก็สามารถลบไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับ process นั้นได้
Shut Down "explorer.exe" and use DOS
ถ้าวิธีข้างต้นยังใช้งานไม่ได้ บางทีไฟล์ถูกล็อกไว้ด้วย "explorer.exe" ไม่ใช่ Internet Explorer นะ เป็นคนละตัวกัน Explorer เป็น user interface ของ windows ถ้าปิด explorer จะทำให้บางอย่างหายไป เช่น Start menu หรือ taskbar เป็นต้น การปิด explorer ไม่ได้ทำลายระบบ ให้คิดว่า explorer.exe เป็นเหมือนอีกโปรแกรมหนึ่งที่กำลังทำงานอยู่
ตอนนี้ให้ใช้ Task Manager ปิด "explorer.exe" ไม่ต้องกลัวว่าเครื่องคอมจะทำงานไม่ได้ แค่โดนจำกัดการทำงานบางอย่างในตอนนี้เท่านั้น แต่เราสามารถใช้ Task Manager เรียก Explorer กลับมาทำงานอีกครั้งได้
หลังจากปิด "explorer.exe" แล้ว ในหน้าต่างของ Task Manger ให้เลือก "File" > "New Task (Run...)" จากนั้นให้พิมพ์คำว่า cmd แล้วเคาะ Enter
ตอนนี้อยู่ในหน้าต่าง DOS แล้ว [ตอนนี้จะเป็นการลบไฟล์โดยไม่ใช้ Windows Explorer และโปรแกรมอื่นๆ ที่จะต้องการให้ explorer.exe ทำงาน อาจเป็นไปได้ว่า explorer.exe กำลังใช้ไฟล์ที่เราต้องการลบ และป้องกันเราจากการทำการลบ คำตอบนี้จะให้คุณปิด explorer และย้ายคุณสมบัตของไฟล์ที่กำลังใช้งานอยู่ แล้วยอมให้เราลบมันได้] ให้ใช้คำสั่งต่อไปนี้ใน DOS เพื่อช่วยในการเข้าถึงไดร์ฟ โฟลเดอร์ หรือไฟล์ที่เราต้องการลบ
อ้างถึง:
cd \ ________________________ go to drive root
cd FOLDER_NAME_HERE _________ go into folder
cd .. _______________________ go up to parent folder (designated by two periods "..")
cd c: _______________________ go to specified drive
ลบไฟล์ด้วยการใช้คำสั่งต่อไปนี้
อ้างถึง:
del FILE_NAME_HERE __________ deletes specified file
del *.* _____________________ deletes all files in current folder
ลบโฟลเดอร์ด้วยการใช้คำสั่งต่อไปนี้
อ้างถึง:
rd FOLDER_NAME_HERE _________ removes (deletes) folder if empty (contains no files)
เมื่อคุณลบไฟล์หรือโฟลเดอร์เรียบร้อยแล้ว ให้กลับไปที่ Task Manager แล้วรัน "explorer.exe" เพื่อเรียก Explorer กลับคืนมาทำงานเหมือนเดิม ด้วยการเข้าไปที่ "File" > "New Task (Run...)" ในหน้าต่าง Task Manager แล้วพิมพ์คำว่า explorer.exe
Delete the file or folder using the DOS names:
บางครั้งชื่อไฟล์เป็นชื่อที่ใช้ไม่ได้ใน Windows เช่น ไฟล์ที่ลงท้ายด้วย .. จะเข้าไม่ได้ในวินโดว์ ต้องลบไฟล์แบบนี้ในดอสด้วยการใช้ชื่อแบบดอส
ใช้คำสั่งต่อไปนี้เพื่อให้แสดงชื่อไฟล์หรือโฟลเดอร์แ บบดอส
อ้างถึง:
dir *.* /x __________________ lists files and folders in DOS name format
อย่างเช่น "Favorites" จะแสดงชื่อในดอสเป็น "FAVORI~1" คุณสามารถเข้าถึงไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ใช้ชื่อที่ใช้กั บวินโดว์ไม่ได้ ได้ด้วยการใช้ชื่อแบบดอสแทนชื่อแบบวินโดว์
Delete File Before Locking Process Starts Via Batch File
วิธีนี้ใช้ในกรณีที่เราไม่สามารถลบ process ที่กำลังล็อคไฟล์ที่คุณต้องการลบ ด้วยการลบไฟล์ก่อนที่ process จะมีโอกาสล็อคไฟล์นั้น
สมมติว่าเราต้องการลบไฟล์ชื่อ "toolbar.dll" ที่อยู่ใน "C:\Program Files\Toolbar"
ก็คือลบไฟล์นี้ตามที่อยู่ในนี้ "C:\Program Files\Toolbar\toolbar.dll"
• สร้าง text file ไว้ที่ Desktop ด้วยการคลิกขวาที่ Desktop เลือก New เลือก Text Document
• Rename ไฟล์ "New Text Document.txt" เป็นชื่อ "delete.bat"
นามสกุล .bat คือ batch files ซึ่งเป็นรายการคำสั่งดอสที่จะทำงานเมื่อ batch file ทำงาน
• ให้แก้ไข batch file ด้วยการคลิกขวาที่ไฟล์ "delete.bat" เลือก "Edit"
• ให้ใส่ข้อความต่อไปนี้ลงไป (ใส่เครื่องหมายคำพูดด้วยนะ)
อ้างถึง:
REM Delete Batch File
del "C:\Program Files\Toolbar\toolbar.dll"
pause
“del” เป็นคำสั่งลบ “pause” เพื่อให้คุณเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่ batch files ปิด เครื่องหมายคำพูดที่ใช้ใน “Program files” เพื่อป้องกันการตีความผิดว่าเป็นคำ 2 คำ จากการเว้นวรรค คำสั่ง rd ในดอสไม่สามารถย้าย directories ที่ไม่ว่าง
• ไอค่อนของไฟล์ควรเปลี่ยน เพื่อช่วยแสดงว่านามสกุลได้ถูกเปลี่ยนจาก ".txt" เป็น ".bat"
• การเรียกใช้งาน batch file ด้วยการดับเบิลคลิกที่ batch file
ลองตรวจดูว่า "C:\Program Files\Toolbar\toolbar.dll" ถูกลบไปแล้ว
แต่น่าจะยังอยู่ เพราะ process ควรจะยังถูกล็อคอยู่
ถ้าไฟล์ถูกลบไปแล้ว คุณสามารถจะลบมันได้โดยไม่ต้องใช้ batch file
ถ้าเราไม่มีไฟล์ที่ต้องการลบ แล้วจะเรียก batch file ที่เราสร้างขึ้น เพื่อลบไฟล์ที่เราไม่มีในเครื่อง จะทำไม่ได้
batch file สามารถถูกเรียกมาใช้งานเมื่อไหร่ก็ได้ เมื่อไฟล์ที่ถูกล็อคไว้ด้วย process ไม่ได้ทำงานอยู่ นี่คือจุดมุ่งหมายของการใช้งาน batch file
วิธีเรียกใช้งาน batch file เมื่อ process ไม่ได้ทำงาน
• คลิกที่ Startup > Programs > Startup คลิกขวาเลือก Explore จะเปิดหน้าต่างนี้ขึ้นมา
"C:\Documents and Settings\USERNAME\Start Menu\Programs\Startup"
• Copy "delete.bat"
• Paste "delete.bat" ใน Startup ข้างบน
ตอนนี้ batch file จะรันตอนเปิดเครื่องขึ้นมา เพื่อให้ทำงานก่อน process ที่ล็อคไฟล์
• ลองรีบูทคอมพิวเตอร์แล้วดูว่าไฟล์ถูกลบหรือไม่
การตรวจดูว่าวิธีข้างตนใช้ได้ผล
• ไฟล์ใน "C:\Program Files\Toolbar\toolbar.dll" หรือ ไฟล์ที่คุณเลือกจะลบควรจะถูกลบเรียบร้อยแล้ว
• ลบไฟล์ “delete.bat” ออกจาก “Startup”
เสร็จ
Infinite Loop Batch File
กรณีไฟล์ที่เราต้องการลบ ประกอบไปด้วยไฟล์ที่สามารถรัน process ให้ทำงานด้วยตัวของมันเองได้
ให้บูทใน safe mode ด้วยการกด F8 ตอนรีบูทเครื่อง และให้เราสร้าง infinite loop batch file [แบทไฟล์ที่วนลูปแบบไม่สิ้นสุด] สมมติว่าลบไฟล์ใน "C:\Program Files\Toolbar\toolbar.dll" ให้สร้างแบทไฟล์แบบนี้
อ้างถึง:
REM Infinite Loop Delete Batch File
:loop
del "C:\Program Files\Toolbar\toolbar.dll"
goto loop
แล้วรันแบทไฟล์ เพื่อหยุดการทำงาน process ที่ล็อคไฟล์นั้น ไฟล์ก็จะถูกลบได้
Use Another Operating System
ถ้าคุณมีระบบปฏิบัติการ 2 ระบบ ให้บูทเข้าไปในอีกระบบปฏิบัติการ แล้วลบไฟล์ที่ลบไม่ได้ในระบบปฏิบัติการแรก
Use "Process Explorer" To Find Locking Process
ดาวน์โหลดโปรแกรม Process Explorer (ฟรีแวร์)
http://www.microsoft.com/technet/sys...sExplorer.mspx
เพื่อใช้แยกแยะว่าโปรแกรมไหนเปิดไฟล์หรือไดเรกทอรี่ไ หน ช่วยดู process ที่ล็อกไฟล์ที่เราต้องการลบได้
ตัวอย่างเช่น ปิดการใช้งานโปรแกรมแล้ว แต่ Process Explorer จะยินยอมให้ตรวจสอบไฟล์ที่ควบคุมไฟล์ที่ถูกล็อคเอาไว ้อย่างไม่เหมาะสม ทำให้สามารถจัดการไฟล์ที่ต้องการลบแต่ถูกล็อคไว้ได้
Show Locked Files of a Process:
การตั้งค่าให้ Process Explorer แสดงไฟล์ที่ถูกล็อคไว้ ให้เลือกเมนู View เลือก "Show lower pane" เมื่อคุณเลือกหรือไฮไลท์ process บนหน้าต่างด้านบน ล็อคไฟล์จะถูกแสดงไว้ในหน้าต่างด้านล่าง
จำไว้ว่าต้องเลือก process เพื่อหาไฟล์ที่กำลังถูกล็อค คุณไม่สามารถทำแบบย้อนกลับ ด้วยการเลือกไฟล์ เพื่อหา process ที่กำลังล็อคไฟล์อยู่
Another Idea: Use "GiPo@MoveOnBoot" to Move or Delete File in Next System Boot
GiPo@MoveOnBoot
ดาวน์โหลดฟรีแวร์นี้มาใช้ช่วยลบตอนบูทเครื่องครั้งต่ อไป
http://www.gibinsoft.net/gipoutils
เลื่อนลงมาที่ด้านล่างหาที่หัวข้อ Old Version (Freeware)
เลือก GiPo@MoveOnBoot
อ้างถึง:
REFERENCE
http://xona.com/2004/08/19.html
เ มื่อสองวันก่อนต้องการ uninstall โปรแกรม Rapiddown หลัง uninstall ยังมีไฟล์ .dll ที่ไม่สามารถลบออกได้ ก็เลยลองหาวิธีลบจากใน google แล้วโชคดีไปเจอวิธีลบไฟล์ที่เราต้องการลบ แต่ลบด้วยวิธีการกด delete ไม่ได้ มาจากเว็บ xona.com
วิธีลบไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ไม่สามารถลบออกได้
เคยต้องการลบไฟล์หรือโฟลเดอร์ด้วยการกด delete แล้วพบข้อความแจ้งข้อผิดพลาด
แบบนี้กันบ้างไหม
แบบที่ 1
อ้างถึง:
Cannot delete XXXXXXXXXX: Access is denied.
Make sure the disk is not full or write-protected and that the file is not currently in use.
แบบที่ 2
อ้างถึง:
Cannot delete XXXXXXXXXX: It is being used by another person or program.
Close any programs that might be using the file and try again.
แบบที่ 3 [กรณีลบด้วยคำสั่ง DOS]
อ้างถึง:
The process cannot access the file because it is being used by another process.
คำเตือน : การลบไฟล์ต่างๆ เป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับตัวคุณเอง ทางเราไม่รับผิดชอบสำหรับความเสียหายใดๆ อันเกิดกับคอมพิวเตอร์ของคุณ หรือตัวคุณ จากการทำตามคำแนะนำจากเว็บนี้
End the Locking Process
คำแนะนำแรก ไฟล์ที่ลบไม่ได้นั้น เนื่องจากถูกใช้งานอยู่ โดยทั่วไปเป็นเพราะไฟล์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม หรือโดนล็อคไว้โดยโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่ ซึ่งอาจเป็นสปายแวร์ หากเป็นสปายแวร์ขั้นแรกให้ปิดโปรแกรมสปายแวร์นั้นที่ กำลังทำงานอยู่ ถ้าไม่ได้เกิดจากสปายแวร์ก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย
กดปุ่ม 3 ปุ่มนี้พร้อมกัน Ctrl-Alt-Delete เพื่อเรียก Windows Task Manager ขึ้นมา ที่แท็บ Processes ให้หา Processes ที่ไม่ควรที่จะมีการทำงาน [คุณต้องทราบเองว่าเป็นตัวไหน]
บางครั้งชื่อของสปายแวร์หาได้ง่าย แต่บางครั้งก็เข้ารหัส หรือตั้งใจใช้การสุ่มเลือกเอาไว้ ถ้าสงสัยไฟล์นั้นลองหาในลิงก์นี้ http://www.google.com/search?q=msbb%2Eexe (ค้นหา msbb.exe ใน Google แสดงผลว่าเป็นสปายแวร์)
เมื่อลบ process แล้ว ในบางครั้งคุณก็สามารถลบไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับ process นั้นได้
Shut Down "explorer.exe" and use DOS
ถ้าวิธีข้างต้นยังใช้งานไม่ได้ บางทีไฟล์ถูกล็อกไว้ด้วย "explorer.exe" ไม่ใช่ Internet Explorer นะ เป็นคนละตัวกัน Explorer เป็น user interface ของ windows ถ้าปิด explorer จะทำให้บางอย่างหายไป เช่น Start menu หรือ taskbar เป็นต้น การปิด explorer ไม่ได้ทำลายระบบ ให้คิดว่า explorer.exe เป็นเหมือนอีกโปรแกรมหนึ่งที่กำลังทำงานอยู่
ตอนนี้ให้ใช้ Task Manager ปิด "explorer.exe" ไม่ต้องกลัวว่าเครื่องคอมจะทำงานไม่ได้ แค่โดนจำกัดการทำงานบางอย่างในตอนนี้เท่านั้น แต่เราสามารถใช้ Task Manager เรียก Explorer กลับมาทำงานอีกครั้งได้
หลังจากปิด "explorer.exe" แล้ว ในหน้าต่างของ Task Manger ให้เลือก "File" > "New Task (Run...)" จากนั้นให้พิมพ์คำว่า cmd แล้วเคาะ Enter
ตอนนี้อยู่ในหน้าต่าง DOS แล้ว [ตอนนี้จะเป็นการลบไฟล์โดยไม่ใช้ Windows Explorer และโปรแกรมอื่นๆ ที่จะต้องการให้ explorer.exe ทำงาน อาจเป็นไปได้ว่า explorer.exe กำลังใช้ไฟล์ที่เราต้องการลบ และป้องกันเราจากการทำการลบ คำตอบนี้จะให้คุณปิด explorer และย้ายคุณสมบัตของไฟล์ที่กำลังใช้งานอยู่ แล้วยอมให้เราลบมันได้] ให้ใช้คำสั่งต่อไปนี้ใน DOS เพื่อช่วยในการเข้าถึงไดร์ฟ โฟลเดอร์ หรือไฟล์ที่เราต้องการลบ
อ้างถึง:
cd \ ________________________ go to drive root
cd FOLDER_NAME_HERE _________ go into folder
cd .. _______________________ go up to parent folder (designated by two periods "..")
cd c: _______________________ go to specified drive
ลบไฟล์ด้วยการใช้คำสั่งต่อไปนี้
อ้างถึง:
del FILE_NAME_HERE __________ deletes specified file
del *.* _____________________ deletes all files in current folder
ลบโฟลเดอร์ด้วยการใช้คำสั่งต่อไปนี้
อ้างถึง:
rd FOLDER_NAME_HERE _________ removes (deletes) folder if empty (contains no files)
เมื่อคุณลบไฟล์หรือโฟลเดอร์เรียบร้อยแล้ว ให้กลับไปที่ Task Manager แล้วรัน "explorer.exe" เพื่อเรียก Explorer กลับคืนมาทำงานเหมือนเดิม ด้วยการเข้าไปที่ "File" > "New Task (Run...)" ในหน้าต่าง Task Manager แล้วพิมพ์คำว่า explorer.exe
Delete the file or folder using the DOS names:
บางครั้งชื่อไฟล์เป็นชื่อที่ใช้ไม่ได้ใน Windows เช่น ไฟล์ที่ลงท้ายด้วย .. จะเข้าไม่ได้ในวินโดว์ ต้องลบไฟล์แบบนี้ในดอสด้วยการใช้ชื่อแบบดอส
ใช้คำสั่งต่อไปนี้เพื่อให้แสดงชื่อไฟล์หรือโฟลเดอร์แ บบดอส
อ้างถึง:
dir *.* /x __________________ lists files and folders in DOS name format
อย่างเช่น "Favorites" จะแสดงชื่อในดอสเป็น "FAVORI~1" คุณสามารถเข้าถึงไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ใช้ชื่อที่ใช้กั บวินโดว์ไม่ได้ ได้ด้วยการใช้ชื่อแบบดอสแทนชื่อแบบวินโดว์
Delete File Before Locking Process Starts Via Batch File
วิธีนี้ใช้ในกรณีที่เราไม่สามารถลบ process ที่กำลังล็อคไฟล์ที่คุณต้องการลบ ด้วยการลบไฟล์ก่อนที่ process จะมีโอกาสล็อคไฟล์นั้น
สมมติว่าเราต้องการลบไฟล์ชื่อ "toolbar.dll" ที่อยู่ใน "C:\Program Files\Toolbar"
ก็คือลบไฟล์นี้ตามที่อยู่ในนี้ "C:\Program Files\Toolbar\toolbar.dll"
• สร้าง text file ไว้ที่ Desktop ด้วยการคลิกขวาที่ Desktop เลือก New เลือก Text Document
• Rename ไฟล์ "New Text Document.txt" เป็นชื่อ "delete.bat"
นามสกุล .bat คือ batch files ซึ่งเป็นรายการคำสั่งดอสที่จะทำงานเมื่อ batch file ทำงาน
• ให้แก้ไข batch file ด้วยการคลิกขวาที่ไฟล์ "delete.bat" เลือก "Edit"
• ให้ใส่ข้อความต่อไปนี้ลงไป (ใส่เครื่องหมายคำพูดด้วยนะ)
อ้างถึง:
REM Delete Batch File
del "C:\Program Files\Toolbar\toolbar.dll"
pause
“del” เป็นคำสั่งลบ “pause” เพื่อให้คุณเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่ batch files ปิด เครื่องหมายคำพูดที่ใช้ใน “Program files” เพื่อป้องกันการตีความผิดว่าเป็นคำ 2 คำ จากการเว้นวรรค คำสั่ง rd ในดอสไม่สามารถย้าย directories ที่ไม่ว่าง
• ไอค่อนของไฟล์ควรเปลี่ยน เพื่อช่วยแสดงว่านามสกุลได้ถูกเปลี่ยนจาก ".txt" เป็น ".bat"
• การเรียกใช้งาน batch file ด้วยการดับเบิลคลิกที่ batch file
ลองตรวจดูว่า "C:\Program Files\Toolbar\toolbar.dll" ถูกลบไปแล้ว
แต่น่าจะยังอยู่ เพราะ process ควรจะยังถูกล็อคอยู่
ถ้าไฟล์ถูกลบไปแล้ว คุณสามารถจะลบมันได้โดยไม่ต้องใช้ batch file
ถ้าเราไม่มีไฟล์ที่ต้องการลบ แล้วจะเรียก batch file ที่เราสร้างขึ้น เพื่อลบไฟล์ที่เราไม่มีในเครื่อง จะทำไม่ได้
batch file สามารถถูกเรียกมาใช้งานเมื่อไหร่ก็ได้ เมื่อไฟล์ที่ถูกล็อคไว้ด้วย process ไม่ได้ทำงานอยู่ นี่คือจุดมุ่งหมายของการใช้งาน batch file
วิธีเรียกใช้งาน batch file เมื่อ process ไม่ได้ทำงาน
• คลิกที่ Startup > Programs > Startup คลิกขวาเลือก Explore จะเปิดหน้าต่างนี้ขึ้นมา
"C:\Documents and Settings\USERNAME\Start Menu\Programs\Startup"
• Copy "delete.bat"
• Paste "delete.bat" ใน Startup ข้างบน
ตอนนี้ batch file จะรันตอนเปิดเครื่องขึ้นมา เพื่อให้ทำงานก่อน process ที่ล็อคไฟล์
• ลองรีบูทคอมพิวเตอร์แล้วดูว่าไฟล์ถูกลบหรือไม่
การตรวจดูว่าวิธีข้างตนใช้ได้ผล
• ไฟล์ใน "C:\Program Files\Toolbar\toolbar.dll" หรือ ไฟล์ที่คุณเลือกจะลบควรจะถูกลบเรียบร้อยแล้ว
• ลบไฟล์ “delete.bat” ออกจาก “Startup”
เสร็จ
Infinite Loop Batch File
กรณีไฟล์ที่เราต้องการลบ ประกอบไปด้วยไฟล์ที่สามารถรัน process ให้ทำงานด้วยตัวของมันเองได้
ให้บูทใน safe mode ด้วยการกด F8 ตอนรีบูทเครื่อง และให้เราสร้าง infinite loop batch file [แบทไฟล์ที่วนลูปแบบไม่สิ้นสุด] สมมติว่าลบไฟล์ใน "C:\Program Files\Toolbar\toolbar.dll" ให้สร้างแบทไฟล์แบบนี้
อ้างถึง:
REM Infinite Loop Delete Batch File
:loop
del "C:\Program Files\Toolbar\toolbar.dll"
goto loop
แล้วรันแบทไฟล์ เพื่อหยุดการทำงาน process ที่ล็อคไฟล์นั้น ไฟล์ก็จะถูกลบได้
Use Another Operating System
ถ้าคุณมีระบบปฏิบัติการ 2 ระบบ ให้บูทเข้าไปในอีกระบบปฏิบัติการ แล้วลบไฟล์ที่ลบไม่ได้ในระบบปฏิบัติการแรก
Use "Process Explorer" To Find Locking Process
ดาวน์โหลดโปรแกรม Process Explorer (ฟรีแวร์)
http://www.microsoft.com/technet/sys...sExplorer.mspx
เพื่อใช้แยกแยะว่าโปรแกรมไหนเปิดไฟล์หรือไดเรกทอรี่ไ หน ช่วยดู process ที่ล็อกไฟล์ที่เราต้องการลบได้
ตัวอย่างเช่น ปิดการใช้งานโปรแกรมแล้ว แต่ Process Explorer จะยินยอมให้ตรวจสอบไฟล์ที่ควบคุมไฟล์ที่ถูกล็อคเอาไว ้อย่างไม่เหมาะสม ทำให้สามารถจัดการไฟล์ที่ต้องการลบแต่ถูกล็อคไว้ได้
Show Locked Files of a Process:
การตั้งค่าให้ Process Explorer แสดงไฟล์ที่ถูกล็อคไว้ ให้เลือกเมนู View เลือก "Show lower pane" เมื่อคุณเลือกหรือไฮไลท์ process บนหน้าต่างด้านบน ล็อคไฟล์จะถูกแสดงไว้ในหน้าต่างด้านล่าง
จำไว้ว่าต้องเลือก process เพื่อหาไฟล์ที่กำลังถูกล็อค คุณไม่สามารถทำแบบย้อนกลับ ด้วยการเลือกไฟล์ เพื่อหา process ที่กำลังล็อคไฟล์อยู่
Another Idea: Use "GiPo@MoveOnBoot" to Move or Delete File in Next System Boot
GiPo@MoveOnBoot
ดาวน์โหลดฟรีแวร์นี้มาใช้ช่วยลบตอนบูทเครื่องครั้งต่ อไป
http://www.gibinsoft.net/gipoutils
เลื่อนลงมาที่ด้านล่างหาที่หัวข้อ Old Version (Freeware)
เลือก GiPo@MoveOnBoot
อ้างถึง:
REFERENCE
http://xona.com/2004/08/19.html
วันพุธที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
วิธีการตรวจสอบว่ามีคนแอบเข้ามาใช้อีเมล์ใน Gmail
สำหรับวิธีการตรวจสอบว่ามีคนแอบเข้ามาใช้อีเมล์แอคเคาต์ของเราหรือเปล่าใน Gmail นั้นทำตามนี้เลยครับ
1. ล็อกอินเข้าไปที่แอคเคาต์ Gmail เราก่อนเลยครับ
2. จากนั้นเลื่อนลงไปดูด้านล่างสุดครับ
3. มองไปที่ "Last account activity" ตรงนี้นี่เอง ที่จะเป็นตัวบอกว่าก่อนหน้าที่เราจะล็อกอินนั้น เราเข้ามาแอคเคาต์นี้เมื่อไหร่ ซึ่งคุณดูแล้วยังไม่แน่ใจว่าเป็นอย่างไรกันแน่ ก็สามารถคลิ๊กตรง "Details" เพื่อเข้าไปดูรายละเอียด
ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์
1. ล็อกอินเข้าไปที่แอคเคาต์ Gmail เราก่อนเลยครับ
2. จากนั้นเลื่อนลงไปดูด้านล่างสุดครับ
3. มองไปที่ "Last account activity" ตรงนี้นี่เอง ที่จะเป็นตัวบอกว่าก่อนหน้าที่เราจะล็อกอินนั้น เราเข้ามาแอคเคาต์นี้เมื่อไหร่ ซึ่งคุณดูแล้วยังไม่แน่ใจว่าเป็นอย่างไรกันแน่ ก็สามารถคลิ๊กตรง "Details" เพื่อเข้าไปดูรายละเอียด
วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
Tip MSN แจ๋วๆ
ไม่ให้ Popup MSN Today โผล่ขึ้นมาตอน Sign In
ง่าย ๆ ไม่อยากบรรยายมากเริ่มเลยนะ หลังจาก Sign In เข้า MSN เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่เมนู Tools > Option... แล้วไปที่แท็บ General แล้วเอาเครื่องหมายถูกข้างหน้า display MSN Today... ออก แล้วคลิก OK เมื่อ Sign In ครั้งต่อไปรับรองว่า Popup MSN Today จะไม่โผล่มากวนใจอีกแล้วครับ
บทความจากเว็บไซต์ bcoms.net
วิธีย้ายลิสต์จาก MSN จากเก่าไป MSN ใหม่
สำหรับ วิธีย้าย Contact List ของ MSN นั้นอันดับแรก คุณต้องบันทึก Contact List ที่ต้องการเสียก่อน วิธีการคือ ให้คุณเปิด MSN ขึ้นมา ที่แถบด้านบนของตัวโปรแกรม เลือกคำสั่ง Contacts > Save > Contact List... จะมีหน้าต่าง Save Messenger Contact List ปรากฎขึ้น ให้ระบุตำแหน่งของแฟ้มที่ต้องการบันทึกไฟล์ ตั้งชื่อที่ต้องการแล้ว กด OK เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้ไฟล์รายชื่อ Contact List (นามสกุล .ctt) บันทึกในรูปแบบไฟล์แล้ว
วิธีการนำไปใช้ ให้คุณ Sing-in โปรแกรม MSN ด้วยอีเมล์ใหม่ จากนั้นให้คลิกคำสั่ง Contacts ของโปรแกรม MSN สังเกตุที่บรรทัดล่างสุด จะพบกับคำสั่งย่อย Import Contacts from a Saved File... ให้คลิกคำสั่งนี้แล้วจะปรากฎหน้าต่างให้ค้นหาไฟล์ Contact List ขึ้นมา ให้คุณระบุตำแหน่งไปที่ไฟล์ที่คุณสร้างไว้ตอนต้น แล้วกด Open เพียงเท่านี้ รายชื่อทั้งหมดก็จะเข้ามาอยู่ใน Contact List ของอีเมล์แอดเดรสอันใหม่แล้วครับ
บทความจากเว็บไซต์ bcoms.net
วิธีเช็คว่าคนที่คุย กับเราใช้ MSN Plus! หรือเปล่า ?
เนื่อง จากลูกเล่นต่างๆ ของ MSN Plus! จะใช้ได้เฉพาะกับคนที่ลง Plus! ไว้ได้เท่านั้น หากคนที่เราคุยด้วยไม่ได้ติดตั้ง Plus! แล้วลูกเล่นที่เราส่งไป ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นในบทความนี้จะนำเสนอวิธีที่จะตรวจสอบว่า คนที่เราคุยด้วยนั้นใช้ Plus! หรือเปล่า (โดยที่ไม่ต้องถามเจ้าตัว) มีขั้นตอน สั้นๆ ดังต่อไปนี้ครับ
ขั้นตอนแรกให้เราเปิดหน้าต่างๆ ที่จะคุยกับเพื่อนคนนั้นครับ เมื่อเราต้องการเช็คว่าเขาใช้ Plus! หรือเปล่าให้เราพิมพ์คำว่า /ping
จาก นั้น หากคนที่เราคุยด้วยมี Plus! โปรแกรม msn จะมีส่งข้อความตอบกลับมาอัตโนมัติว่า "Pong!" ในทางกลับกันหาก คนที่เราคุยด้วยไม่ได้ ติดตั้งโปรแกรม Plus! จะไม่มีข้อความตอบกลับมาครับ ทีนี้เราก็สามารถตรวจสอบได้แล้วว่าใครเล่น Plus! อันจะทำให้ลูกเล่นต่างๆ ของเรา ไม่เป็นหมันแล้วทีนี้
แถมอีกนึดนึง หากเช็คแล้วเพื่อนเราไม่ได้ใช้ Plus! เราสามารถส่งไฟล์ติดตั้ง Plus! ที่อยุ่ในเครื่องเราผ่าน msn ได้อย่างง่ายดายโดยกดที่ รูปผีเสื้อ (โลโก Plus!) แล้วเลือกเมนู Share one of my files> Messenger Plus! แค่นี้เพื่อนของเราก็จะได้ใช้ Plus! แล้วครับ
ข้อมูลจาก http://www.thaimsn.net/
ตั้งชื่อหลายบรรทัดใน MSN
มือ ใหม่ขา Chat ที่ใช้โปรแกรม MSN อาจยังไม่รู้ว่าเราสามารถตั้งชื่อเรียงลงมามากกว่า 1 บรรทัดได้ แก้ปัญหากรณีที่ตั้งชื่อยาว ๆ หรือบางครั้งอยากตั้งชื่อเป็นกลอน วิธีนี้ไม่ต้องหาโปรแกรม Plus มาช่วย โดยมีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
1. ระหว่างเปิดหน้าต่าง MSN ให้พิมพ์คำสั่ง /nick
2. เคาะเว้นบรรทัด 1 ครั้งจากนั้นพิมพ์ข้อความที่จะตั้งเป็นชื่อบรรทัดแรก
3. กดปุ่ม Shift ค้างไว้ และกด Enter เริ่มพิมพ์ข้อความบรรทัดที่สองได้เลย
4. ทำตามขั้นตอนที่ 3 จนได้ข้อความครบตามที่ต้องการแล้วจึงกด Enter
5. ทดลองคุยกับเพื่อดูจะพบว่าชื่อของเราเปลี่ยนไปไม่ได้มีบรรทัดเดียวเหมือน ก่อน
ถึง แม้ว่าจะพิมพ์ได้หลายบรรทัด แต่การตั้งชื่อก็ยังจำกัดตัวอักษรเหมือนเดิมนะครับ ไม่สามารถใช้ข้อความที่ยาวเกินไปได้ อ้อ ! การพิมพ์หลายบรรทัดนี้ยังใช้กับการพิมพ์แบบปกติได้ด้วย เพียงแต่ข้ามขั้นตอนที่ 1 ไปเท่านั้นเอง
บทความจากเว็บไซต์ bcoms.net
ง่าย ๆ ไม่อยากบรรยายมากเริ่มเลยนะ หลังจาก Sign In เข้า MSN เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่เมนู Tools > Option... แล้วไปที่แท็บ General แล้วเอาเครื่องหมายถูกข้างหน้า display MSN Today... ออก แล้วคลิก OK เมื่อ Sign In ครั้งต่อไปรับรองว่า Popup MSN Today จะไม่โผล่มากวนใจอีกแล้วครับ
บทความจากเว็บไซต์ bcoms.net
วิธีย้ายลิสต์จาก MSN จากเก่าไป MSN ใหม่
สำหรับ วิธีย้าย Contact List ของ MSN นั้นอันดับแรก คุณต้องบันทึก Contact List ที่ต้องการเสียก่อน วิธีการคือ ให้คุณเปิด MSN ขึ้นมา ที่แถบด้านบนของตัวโปรแกรม เลือกคำสั่ง Contacts > Save > Contact List... จะมีหน้าต่าง Save Messenger Contact List ปรากฎขึ้น ให้ระบุตำแหน่งของแฟ้มที่ต้องการบันทึกไฟล์ ตั้งชื่อที่ต้องการแล้ว กด OK เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้ไฟล์รายชื่อ Contact List (นามสกุล .ctt) บันทึกในรูปแบบไฟล์แล้ว
วิธีการนำไปใช้ ให้คุณ Sing-in โปรแกรม MSN ด้วยอีเมล์ใหม่ จากนั้นให้คลิกคำสั่ง Contacts ของโปรแกรม MSN สังเกตุที่บรรทัดล่างสุด จะพบกับคำสั่งย่อย Import Contacts from a Saved File... ให้คลิกคำสั่งนี้แล้วจะปรากฎหน้าต่างให้ค้นหาไฟล์ Contact List ขึ้นมา ให้คุณระบุตำแหน่งไปที่ไฟล์ที่คุณสร้างไว้ตอนต้น แล้วกด Open เพียงเท่านี้ รายชื่อทั้งหมดก็จะเข้ามาอยู่ใน Contact List ของอีเมล์แอดเดรสอันใหม่แล้วครับ
บทความจากเว็บไซต์ bcoms.net
วิธีเช็คว่าคนที่คุย กับเราใช้ MSN Plus! หรือเปล่า ?
เนื่อง จากลูกเล่นต่างๆ ของ MSN Plus! จะใช้ได้เฉพาะกับคนที่ลง Plus! ไว้ได้เท่านั้น หากคนที่เราคุยด้วยไม่ได้ติดตั้ง Plus! แล้วลูกเล่นที่เราส่งไป ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นในบทความนี้จะนำเสนอวิธีที่จะตรวจสอบว่า คนที่เราคุยด้วยนั้นใช้ Plus! หรือเปล่า (โดยที่ไม่ต้องถามเจ้าตัว) มีขั้นตอน สั้นๆ ดังต่อไปนี้ครับ
ขั้นตอนแรกให้เราเปิดหน้าต่างๆ ที่จะคุยกับเพื่อนคนนั้นครับ เมื่อเราต้องการเช็คว่าเขาใช้ Plus! หรือเปล่าให้เราพิมพ์คำว่า /ping
จาก นั้น หากคนที่เราคุยด้วยมี Plus! โปรแกรม msn จะมีส่งข้อความตอบกลับมาอัตโนมัติว่า "Pong!" ในทางกลับกันหาก คนที่เราคุยด้วยไม่ได้ ติดตั้งโปรแกรม Plus! จะไม่มีข้อความตอบกลับมาครับ ทีนี้เราก็สามารถตรวจสอบได้แล้วว่าใครเล่น Plus! อันจะทำให้ลูกเล่นต่างๆ ของเรา ไม่เป็นหมันแล้วทีนี้
แถมอีกนึดนึง หากเช็คแล้วเพื่อนเราไม่ได้ใช้ Plus! เราสามารถส่งไฟล์ติดตั้ง Plus! ที่อยุ่ในเครื่องเราผ่าน msn ได้อย่างง่ายดายโดยกดที่ รูปผีเสื้อ (โลโก Plus!) แล้วเลือกเมนู Share one of my files> Messenger Plus! แค่นี้เพื่อนของเราก็จะได้ใช้ Plus! แล้วครับ
ข้อมูลจาก http://www.thaimsn.net/
ตั้งชื่อหลายบรรทัดใน MSN
มือ ใหม่ขา Chat ที่ใช้โปรแกรม MSN อาจยังไม่รู้ว่าเราสามารถตั้งชื่อเรียงลงมามากกว่า 1 บรรทัดได้ แก้ปัญหากรณีที่ตั้งชื่อยาว ๆ หรือบางครั้งอยากตั้งชื่อเป็นกลอน วิธีนี้ไม่ต้องหาโปรแกรม Plus มาช่วย โดยมีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
1. ระหว่างเปิดหน้าต่าง MSN ให้พิมพ์คำสั่ง /nick
2. เคาะเว้นบรรทัด 1 ครั้งจากนั้นพิมพ์ข้อความที่จะตั้งเป็นชื่อบรรทัดแรก
3. กดปุ่ม Shift ค้างไว้ และกด Enter เริ่มพิมพ์ข้อความบรรทัดที่สองได้เลย
4. ทำตามขั้นตอนที่ 3 จนได้ข้อความครบตามที่ต้องการแล้วจึงกด Enter
5. ทดลองคุยกับเพื่อดูจะพบว่าชื่อของเราเปลี่ยนไปไม่ได้มีบรรทัดเดียวเหมือน ก่อน
ถึง แม้ว่าจะพิมพ์ได้หลายบรรทัด แต่การตั้งชื่อก็ยังจำกัดตัวอักษรเหมือนเดิมนะครับ ไม่สามารถใช้ข้อความที่ยาวเกินไปได้ อ้อ ! การพิมพ์หลายบรรทัดนี้ยังใช้กับการพิมพ์แบบปกติได้ด้วย เพียงแต่ข้ามขั้นตอนที่ 1 ไปเท่านั้นเอง
บทความจากเว็บไซต์ bcoms.net
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)